ประสบการณ์หลอน! ผีข้างหลังวัด



ประสบการณ์หลอน! ผีข้างหลังวัด เมื่อสมัย 10 กว่าปีที่แล้ว ฉันได้เข้ามาดำเนินงานในสวนอุตสาหกรรมรุ่งเรืองนะ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งในสมัยนั้นดิฉันยังคงเช่าบ้านอยู่กับแฟนในตรอกวัดโคกมะยมเพราะว่ายังไม่ได้ขยับขยายไปทางไหน ก็เลยยังคงมีเรื่องมีราวหลอนๆมาเล่าให้ฟังอีกหัวข้อ ด้วยเหตุผลอันใดก็ตามตั้งแต่เข้ามาเช่าห้องอยู่ในตรอกวัดโคกมะยมที่นี้ ภายในซอยวัดจะมีการจัดงานศพบ่อยครั้งๆจนกระทั่งฉันเองยังรู้สึก

ได้ว่า เสมือนซอยนี้มันมีอาถรรพณ์ยังไงก็ไม่เคยทราบ เพราะเหตุว่าวันดีคืนดีในตอนที่ฉันเลิกงานมา ก็จะเจอแสงสว่างที่ติดประดับไว้ตามถนนดูสว่างไสวไปหมด “ซึ่งเป็นแสงไฟตามรายทางที่เค้าติดเอาไว้ตกแต่งปากทางเข้าบ้านงานศพนั่นเอง”ลืมบอกไปว่าฉันเป็นบุคลากรโรงงาน ทำงานแบบมีเข้ากะเช้าตรู่และก็กะกลางคืน ถ้าเกิดเลิกงานจากกะกลางวันกว่าจะมาถึงปากซอยก็เป็น

เวลาเกือบสองทุ่ม จากปากซอยวัดกว่าจะเดินถึงที่พักก็ประมาณ 300 เมตร ซึ่งบ้านที่ดิฉันเช่าอยู่จะห่างจากวัดโคกมะยมไม่เท่าไหร่ ถ้าให้คำนวณระยะทางจากบ้านเช่ามาถึงวัดก็น่าจะประมาณไม่เกิน 100 เมตร น่ะล่ะ และเพราะเหตุว่าอยู่ใกล้วัดเลยไม่น่าฉงนใจ ที่จะได้ยินหมามันหอนจากทางวัดบ้างเป็นบางวัน แรกๆดิฉันก็บางทีอาจจะรู้สึกกลัวๆอยู่บ้าง ข้างหลังๆหมามันหอนเป็นประจำ

จากความกลัวจนถึงแปลงเป็นความคุ้นเคยไปเอง และก็ซ้ำร้ายกว่านั้นสิ่งที่ดิฉันได้เผชิญก็คือ ทางด้านหลังห้องที่ดิฉันเช่าไว้อาศัย จะมีบ้านไม้อยู่หลังหนึ่งซึ่งมีรั้วติดกันกับห้องพักของดิฉันและก็ถ้าหากดิฉันเปิดประตูทางด้านหลังออกมาก็จะมองเห็นบ้านไม้หลังนี้ได้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งบนบ้านเขาเลยทีเดียว และไม่นานนักบ้านข้างหลังนี้ก็มีผู้ตายลง แล้วก็หลังจากที่มีผู้ตาย

พี่น้องๆเค้าก็ไม่ยินยอมให้เอาศพไปไว้ที่วัด เค้าได้เก็บศพเอาไว้บนบ้าน ซึ่งฉันก็ได้ยินเจ้าของบ้านเค้ากล่าวกันว่า จะเก็บเอาไว้ 100 วัน ถึงจะทำพิธี แม้กระนั้นดิฉันไม่ทราบผู้ตายหรอกจ้ะ รวมทั้งไม่เคยเห็นหน้าสักครั้ง เลยไม่ค่อยกลัวสักเท่าไหร่ เพราะมีความคิดว่า ถ้าเกิดคนตายมาให้เห็นจริงๆดิฉันก็อาจจะไม่รู้แล้วก็อาจไม่คิดว่าเป็นผีด้วยซ้ำไป ในเวลาที่ดิฉันเปิดประตูข้างหลังออกมาเพื่อชะล้างทีไร ดิฉัน

ก็จะแลเห็นโลง ตั้งสูงเด่นอยู่บนบ้านข้างหลังนั้นทุกครั้งไป นี่คงเป็นเพราะความอาถรรพณ์หรือเปล่า? ที่ทำให้ซอยนี้มีคนเสียชีวิตเสมอๆรวมทั้งในตรอกวัดโคกมะยมนี้ วันดีคืนดีก็จะได้ยินเสียงสุนัขมันหอนโหยหวลอยู่เป็นประจำ สาธยายเรื่องอาถรรพณ์ในซอกซอยวัดมา ก็พอสมควร เข้าเนื้อหากันเลยแล้วกันจ้ะ โรงงานที่ดิฉันดำเนินการอยู่ในเวลานั้น ถ้าเกิดไม่ต้องเดินไปขึ้นรถรับ – ส่งพนักงานทางหน้าปาก

ซอกซอย ก็สามารถใช้เส้นทางลัดเดินอ้อมไปทางด้านหลังวัดโคกมะยมได้ แล้วก็ฉันชอบใช้เป็นทางลัด เมื่อดิฉันไปสายแล้วก็ขึ้นรถรับ – ส่งพนักงานไม่ทัน ทางนี้จึงเป็นโอกาสอีกทางหนึ่งที่ดิฉันใช้งานอยู่เป็นประจำและถ้าเกิดเดินลัดไป ก็ใกล้จะถึงโรงงานที่ดิฉันทำงานอยู่พอดิบพอดี ถ้าเกิดไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ิฉันผวา อกสั่นขวัญแขวนขึ้นซะก่อน ทางนี้ก็เป็นทางลัดไปทำงานที่ใกล้

ที่สุดเลยก็ว่าได้ แล้วก็นี่ก็เป็นที่มาของเรื่องเล่าที่ดิฉันได้เผชิญ พบเจอเรื่องหลอน หนแรกนั่นเอง วันนั้นเป็นวันที่ฉันต้องไปเข้าเวรดึกแล้วก็ด้วยความเหน็ดเหนื่อยก็เลยเผลอนอนเพลิดเพลินกระทั่งตื่นสาย ทำให้ไปไม่ทันรถรับ – ส่ง พนักงาน เลยจำต้องมาใช้เส้นทางลัดผ่านทางวัดเพื่อไปดำเนินงาน เนื่องจากว่าดิฉันต้องทำงาน 1 ทุ่ม เรื่องราวสยองขวัญ เลยต้องเดินออกมาแบบรีบๆซึ่งตอนนั้น เป็นเวลาโดยประมาณหกโมงเย็น แสงตะวันอ่อนลงซึ่งตรงเวลาใกล้จะมืดแล้ว

ระยะทางจากบ้านเช่าไปถึงโรงงานก็โดยประมาณ 250 เมตร กว่าจะไปถึงโรงงานก็จะต้องเดินผ่านทางวัด ซึ่งมันเป็นทางเท้าแคบๆข้างเมรุเผาศพ ซึ่งเชิงตะกอนนี้เก่ามากมายๆดูด้านหน้าเชิงตะกอนจะมีประตูยืดที่ทำจากเหล็กเอาไว้ปิด – เรื่อง ผี เล่า เปิด เก่ากระทั่งสนิมเกาะเขรอะ ตอนที่ดิฉันเดินมาถึงข้างที่เผาศพก็ยังไม่มืด เพียงแค่แดดหลบจนถึงแลเห็นเงาต้นไม้บริเวณรอบๆวัด มองเกลื่อนกลาดครึ้มไปหน่อยเพียงแค่นั้น

ระหว่างที่เดินผ่านเมรุฌาปนกิจศพ ฉันก็ชำเลืองสายตาดูขึ้นเขาที่เผาศพเผาศพ แบบกล้าๆกลัวๆเป็นครั้งเป็นคราวจนกระทั่งเดินเลยเชิงตะกอนฌาปนกิจศพไปนิดหน่อย เรื่องผี ฉันก็จำต้องสะดุ้งเฮือกสุดๆ.! ตกอกตกใจนขนหัวลุกซู่ เพราะว่าได้ยินเสียงดึงประตูยืดเหล็กครืดๆๆๆ.อย่างแรง เสมือนมีคนดึงมันเปิดออก เมื่อสักครู่ที่เดินผ่านมา ไม่มีผู้ใดเลยสักคน เรื่องราวสยองขวัญ แล้วคนไหนล่ะ.! ที่มาดึงประตูเมรุมาศเผาศพ ความรู้สึกในเวลานั้นเกิด

ความกลัวขึ้นมาอย่างจับจิต มือไม้สั่น ดวงใจมันสั่น น้ำตาคลอหน่วยเหมือนจะไหล อยากจะร้องไห้ แต่ก็ร้องไม่ออก ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นกระทันหันจนกระทั่งฉันมีสติไม่ทัน หรือ ฉันจะโดนผีหลอก ไวเท่าความนึกคิด ดิฉันรีบวิ่งออกไปจากนั่นทันที วิ่งแบบไม่คิดชีวิต วิ่งผ่านสระหลังวัดซึ่งมีตู้ยามแล้วก็มีลุงยามแก่ๆรอเฝ้าเครื่องสูบน้ำอยู่ มึงแผดเสียงถามดิฉัน ในตอนนั้นฉันมิได้ยินเอ็ง

ถามอะไรทั้งหมด มีแต่จะรีบวิ่งออกไปให้พ้นจากรอบๆนั้น ยิ่งไกลเท่าไรยิ่งดี พอเพียงฉันวิ่งไปถึงโรงงาน มีสติได้ก็ติดๆขัดๆเล่าทั้งหมดให้เพื่อนๆได้ฟังกัน ทุกคนต่างมีความเห็นว่า ฉันถูกผีหลอก อย่างแน่แท้ จากวันนั้นเป็นต้นมานั้นดิฉันก็ไม่กล้าเดินผ่านวัดทางลัดนั้นอีกเลย เวลาล่วงมาเป็นเดือนจนถึงดิฉันลืมเรื่องหลอนๆพวกนั้นไปจนกระทั่งหมดสิ้น แม้กระนั้นแล้วหลังจากนั้นก็มาเกิดเหตุการณ์หลอนๆกับดิฉันเป็นครั้งลำดับที่สองอีกจนได้

วันนั้นเป็นวันที่ดิฉันเข้าเวรดึกดื่นแล้วก็มาออกกะตอนหกโมงรุ่งเช้า เวลาเช้าในช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นๆมองดูไปฟ้ามัวๆแม้กระนั้นก็เริ่มสว่างบ้างแล้ว ฉันรูดบัตรพนักงานเสร็จก็เดินออกมาจากโรงงาน อ้อ.! ลืมบอกไปว่า เช้าวันนี้ดิฉันได้โทรหาแฟนให้แฟนเดินออกมารับทางด้านหลังวัด พอเดินออกมาจากโรงงานมาได้ไม่กี่ก้าว ก็จะแลเห็นตู้ยามของคุณลุงแก่ๆที่รอเฝ้าเครื่องปั๊มน้ำอยู่ไกลๆทันควัน.! สายตาดิฉันก็มองเห็นผู้หญิงวัยแก่คนหนึ่งสตรีวัยชราคนหนึ่งกำลังก้มๆเงยหน้าๆ

ดิฉันละสายตาจากที่ตรงนั้นเดินคิดอะไรเพลินๆจนถึงเดินมาถึงตู้ยาม พลันก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนเดินออกมาจากโรงงานฉันเห็นสตรีวัยแก่ยืนอยู่หลังป้อมยามของคุณลุง ด้วยความสงสัยฉันเลยเดินไปดู รวมทั้งพบว่าข้างหลังป้อมยามนั้นใกล้กับสระน้ำข้างหลังวัดแล้วน้ำก็มีอยู่เต็มสระ ซึ่งมองแล้วไม่มีพื้นที่พอเพียงสำหรับคนยืนสำหรับล้างอะไรได้เลยมันมีแม้กระนั้นน้ำ แล้ว

ที่พวกเรามองเห็นมันเป็นยังไง.? ฉันยังไม่คลายความข้องใจเลยเดินมาดูทางด้านหน้าป้อมยามอีกครั้ง ก็เจอคุณลุงยามนั่งอยู่ลำพังเพียงผู้เดียว จนถึงลุงถามฉันว่า”หาอะไรหรอหนู “ดิฉันได้แม้กระนั้นส่ายหัว คิดในใจ “โดนผีหลอกอีกแล้วเหรอเนี่ย”ฉันไม่มั่นใจเดินมาข้างๆตู้ยามสำรวจดูด้านข้างหลังป้อมยามอีกรอบ เป็นเวลาที่แฟนดิฉันเดินมาพอดิบพอดี เขาถามว่ามองอะไร ฉันบอกเขาว่า

กลับถึงที่พักแล้ว ผีหลอก ประเดี๋ยวเล่าให้ฟัง พอกลับถึงยังหน้าบ้านเช่าดิฉันเลยเล่าเรื่องทั้งหมดทั้งปวงให้แฟนฟัง อืม.สงสัยผีมันตั้งใจหลอกแต่ดิฉันละมั้ง หรืออีกอย่างบางครั้งอาจจะมาขอส่วนบุญ แฟนพูดยังงั้น ส่วนตัวของดิฉันรู้สึกว่า สิ่งลี้ลับที่ได้ออกมาให้ดิฉันได้เห็นนั้นเค้าคงมาให้ดิฉันได้มองเห็น ด้วยเหตุว่าปรารถนาที่จะสื่อบางสิ่งบางอย่างกับดิฉันนั่นเอง ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้นฉันก็ได้ไป

ทำบุญทำกุศลตักบาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญให้กับพวกเขาและถ้าเกิดวันใดที่ดิฉันนอนตื่นสายแล้วไปขึ้นรถรับ – ส่งบุคลากรที่หน้าปากซอยไม่ทัน ดิฉันก็จะให้แฟนขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปส่งที่หน้าโรงงาน แทนที่จะเดินผ่านวัดไปทางลัดทางเดิม เพราะว่าฉันกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ขนหัวลุกซ้ำรอยเดิมอีก เพราะจากประสบการณ์ในคราวนั้นทำให้ฉันไม่กล้าที่จะเดินผ่านข้างหลังวัดโคกมะยมอีกเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *